วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ชมภูเขาฟูจิ


ยิ่งหนาวอากาศจะยิ่งสดใส
ฤดูต่อไปนี้ได้ดูภูเขาฟูจิอย่างชัด
หน้าร้อนมองไม่เห็นนะ
รู้ไหมว่าภูเขาฟูจิสามารถเห็นได้จาก 10 กว่าจังหวัด
มันสูง 3,776 ม.
ตอนนี้มีหิมะยอดเขา ยิ่งสวยนะ

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ใบไม้สีแดง


ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีบ้าง
แถวบ้านฉันมันชา เพราะอากาศอุ่นกว่าภาคเหนือ
สัปดาห์หน้าสีแดงคงแดงกว่านี้นะ
ตอนนี้ใบมีสีแดง กับ สีเขียว สวยเหมือนรูปสีน้ำ

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ใบแปะก๊วยเปลียนสีเป็นทอง


ต้นแปะก๊วยกำลังสวยมาก เปลียนสีเป็นสีเหลืองจากสีเขียว
ถ่ายที่สวนยามาซิตา (Yamashita Park) ข้างท่าเรือโยโกฮาม่า 
แสงแดดสะท้อนใบไม้ แวววาวสวย
(แต่เหม็นลลูกแปะก๊วยนาาา)



วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ชีสเค้กเลมอน


ที่บ้านมีต้นเลมอน 1 ต้น
ปลูกได้ 5-6 ปีแล้ว เริ่มมีผล
2 ปีก่อนได้ 2-3 ลูก ปีก่อนได้ 6-7 ลูก แต่ปีนี้ได้ 30 กว่าลูก
ดีใจจัง
ต้นเลมอนไม่ใช่สายพันธุ์ญี่ปุ่นนะ มันของฝรั่ง
แต่เราปลูกได้


น้ำไม่เยอะ แต่ไม่มีสารพิษฉันก็เลยว่าจะทำชีสเค้กใช่ผิวเลมอนด้วย
ขูดผิวเลมอน และ ใส่ทั้งน้ำ และ ผิวผิวเลมอน
หอมมาก


เสร็จแล้ว
วางคุกกี้ช็อคโกแลตข้างล้าง
รสเปลี้ยวจากชีส และ เลมอน
กับความหวานจากช็อคโกแลตเข้ากันดี
อร่อย อยากแบงให้บ้าง !!
-----

ชีสเค้กเลมอน

[ส่วนผสม]
Philadelphia ครีมชีส      200 กรัม   @
น้ำตาลทราย                70 กรัม   @
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ       200 กรัม  @
fresh ครีม                   100ml     @
น้ำเลมอน                      1 ช.ต.  @
ผิวเลมอน                    1/2ลูก   @

เจลาติน                      7 กรัม  # ผสมเจลาตินกับน้ำ และใช้เตาไมโครเวฟละลาย
น้ำเปล่า                       70ml   # หรือใส่ถ้วยในน้ำเดือดละลาย    【A】

คุกกี้ช็อคโกแลต       100 กรัม   *  บดคุกกี้ และ ลงเนยที่ละลายแล้วไปผสม
เนย                         50 กรัม   *  แล้ววางในพิมพ์

[วิธีทำ]
(1) ตีครีมชีส
(2) ใส่น้ำตาลทรายผสมให้เข้ากัน
(3) ใส่โยเกิร์ตรส fresh ครีม น้ำเลมอน ผิวเลมอน ทีละอย่าง
(4) ใส่【A】ลงไปคนผสมให้เข้ากัน แล้วเทลงบนครัสต์
(5) ใส่ในตู้เย็นไว้ 3-4 ช.ม. ก็กินได้แล้วค่ะ
* สูตรนี้ไม่ค่อยหวานนะ คนไทยอาจจะชอบหวานกว่านี้ เพิ่มปริมาณของน้ำตาลด้วยนะค่ะ
* ใช้สูตรของ "Philadelphia" แต่ประยุกต์บ้าง  ใช้มะนาวไทยก็คงอร่อยเหมือนกันนะ

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บนดอย


ไปปีนภูเขาโอยะมะมา
ขึ้นสบายๆ ความสูงมีแค่ 1252m
แต่หยุ่ดเดินก็หนาาาาว


ใบไม้ร่วงไปแล้ว

ใบไม้เปลี่ยนสีบ้าง
สวยจัง


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

น้ำหมักคาโบซุ


คาโบซุที่บ้านมีเยอะมาก กินไม่ไหวก็เลยทำซอสพอนซึไปแล้ว
แต่ยังมีเหลือเยอฉันว่าจะเอาไปหมัก
เพราะไม่มีสารพิษใช่ได้ทั้งผล และ เปลือก


การทำน้ำหมักผลไม้กำลังนิยมที่เมืองไทยใช่ไหม
ที่ญี่ปุ่นก็เหมือนกัน
แต่วิธีคงไม่เหมือนนะ
ที่ญี่ปุ่นเราจะไม่ใส่น้ำ ใช้แต่ผลไม้ หรือ ผัก กับ น้ำตาลทรายเท่านั้น
(ผลไม้ หรือ ผัก:น้ำตาลทราย = 1:1, เช่น 1kg : 1kg)
วิธีทำคือล้างผลไม้ให้สะอาด และ หันเป็นชิ้นเล็กๆ
คลุกกับน้ำตาลก็เสร็จ
เปิดฟ้านิ่ดๆ เพราะว่าเอนไซม์กำลังหายใจอยู่


ใช้มือสะอาดคลุกวันละ 2-3 ครั้ง 
เค้าบอกว่ามือมีสิ่งที่กระตุ้นการหมักเร็วขึ้น


2-3 วันก็เกิดฟอง แล้วแต่อากาศ 
แต่ประมาณ 7-14 วันก็มีฟองเยอะก็ดื่มได้แล้ว
กรองแล้ว ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น
ผสมกับน้ำโซดาจะอร่อยมากนะ

(น้ำตาลแดงจะใช้เวลานานถึงมีฟอง)
(น้ำตาลจะเปลียนเป็นกลูโคสก็ไม่ต้องเป็นห่วงกับมีน้ำตาลเยอะ)