วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

เก็บสตรอเบอร์รี่



หน้าสตรอเบอร์รี่แล้ว


ไปเก็บสตรอเบอร์รี่มา


ลูกใหญ่ หวานมากๆ ไม่เหมือนกับของที่ขายที่ร้าน
สุกที่ต้น หวานสุดๆ
ภายใน 30 น. กินเท่าไรก็ได้
ราคา 1500yen (ประมาณ 500 บาท)
กิน กิน กิน เกือบ 100 ลูก
อิ่มมาก ทีจริง กิน 20 น. ก็อิ่มแล้ว
แต่ก็กินต่อ
แพงแต่ก็คุ้ม

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

คาวาซุซากุระบานแล้ว


ซากุระบานแล้ว
แต่ซากุระชนิดที่บานเร็วกว่าซากุระทั่วไป (พรรณ Someiyoshino)
ชื่อ Kawazu-zakura (sakura)
สีชมพูกว่า Someiyoshino
อากาศยังหนาวอยู่ แต่ก็ได้รู้สึกว่าฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว


วันอังคารที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2558

วันเทศกาลเด็กหญิง


วันนี้เป็นวันเทศกาลฮินะมัตสึริ Hina-matsuri
ซึ่งเป็นวันเทศกาลเด็กหญิง
เราตั้งตุ๊กตาฮินะหลายๆตัว 
แล้ววันที่ 3 ม.ค. ถวายอาหารด้วย
สมัยก่อนเด็กหญิงมานั่งกินข้าวด้วย
เดียวนี้ไม่ค่อยทำกัน 
แต่ก็พวกแม่ยังนิยมทำอาหารพิเศษ


เรากินขนมโมจิกัน
แต่มีขนมเค็คฮินะด้วย
 เด็กสมัยนี้คงชอบแบบนี้นะ



 


วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

อาหารญี่ปุ่นที่เก็บไว้ได้นานๆ


อยากกินปลาดิบไหม


หรือเทมปุระ


หรือกินอะไรดี เลือกได้เลย
เชื่อไหมว่าอาหารจานต่างๆนี้ไม่ใช่ของจริง
ปลาดิบ ขิงดอง ขนมปังกรอบรอบเทมปุระ ดูเหมอนของจริง
แต่ของเทียม เป็นศิลปะนะ

รูปนี้ถ่ายที่ร้านอาหาร แต่ใครๆที่สนใจซื้อรูปแบบอาหารญี่ปุ่นแบบนี้
ซื้อได้ที่ Kappa-bashi ซึ่งอยู่ใกล้ Asakusa Temple โตเกียว
แต่ต้องบอกก่อนว่ามันแพงมากๆ
เป็นหลายร้อยลายพันบาทนะ 
Kappa-bashi เป็นสถานทีที่ขายของในห้องครัว
มีหลายๆแบบ หลายชนิด ราคาถูก
เช่น มีด พิมพ์คุกกี้ หม้อ จาน ฯลฯ
เดินดูเฉยๆก็สนุกนะค่ะ

Web-site Kappa-bashi click here 
"Tahara" station (Ginza Line)  5min. walk
"Iriya" station (Hibiya Line) 6min. walk
"Asakusa" (Asakusa Line) 13 min. walk







วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

โชคดี หรือ โชคร้าย เซียมซี Omikuji


ที่ศาลเจ้าญี่ปุ่นได้เห็นภาพอย่างนี้
กระดาษที่พับเป็นเส้นๆมัดไว้
นี่เซียมซีของญี่ปุ่น
จ่ายเงินประมาณ 100 yen
หยิบ 1 ไม้หรือกระดาษจากกล่อง
มีเลขเหมือนเซียมซีไทย
มีระดับโชคเขียนไว้ด้วย
ตั้งแต่  โชคดีมาก ถึง โชคร้าย
Dai-kichi  โชคดีมาก
Kichi   โชคดี
Chu-kichi โชคโอเค
Sho-kichi ธรรมดา
Sue-kichi  ใช่ได้ 
Kyo       โชคร้าย 
เซียมซีเอากลับบ้านก็ได้ หรือไว้ที่ศาลเจ้าก็ได้
แล้วแต่คน แต่โดยส่วนใหญ่คนที่ได้ใบโชคร้ายมักจะมัดไว้
สมัยก่อนมัดไว้ที่ต้นไม้ เชื่อว่าต้นไม้มีพลังพิเศษ
แต่เดียวนี้ศาลเจ้ามักจัดพื้นที่เฉพาะ
มาเที่ยวญี่ปุ่นลองดูนะ

 

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ชนชาเขียวให้หอม หวาน อร่อย


หลังจากชาเขียว โออิชิ กรีนที ออกมา
ชาเขียวญี่ปุ่นเป็นที่นิยมมากในประเทษไทย
เพราะคิดกันว่าชาเขียวดีต่อสุขภาพ
และบางคนคิดว่ามันช่วยเผาไขมันด้วย
ก็จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง
 ชาเขียวมีวิตามิน C E แทนนิน โพลีฟีน และ Catechin
ชาเขียวมีประโยชน์
ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โรคเบาหวาน การย่อยอาหาร ดับกลิ่นปาก เป็นต้น
แต่ไม่ใช่ว่าดื่มก็รักษาได้หมดนะ
ช่วยได้บ้าง เหมือนสมุนไพรไทย
แล้วถ้าดื่มแบบใส่น้ำตาลคงลดนำหนักไม่ได้นะ
คนญี่ปุ่นดื่มเปล่า ไม่เคยใส่น้ำตาล หรือ น้ำผึ้ง หรือ มะนาว
 สำหรับเรามันแปลกมาก
แต่คนไทยคงดื่มแบบชาฝรั่ง
ลิ้มรสของชาเขียวอาจะขมไปสำหรับคนไทยนะ
โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใส่น้ำตาลในกาแฟ หรือ ชาฝรั่ง
ชนชาเขียวแบบฝรั่งก็อร่อยคนละอย่าง
แต่ถ้าชนชาเขียวอย่างถูกต้อง คงจะชอบดื่มเปล่า
เพราะรสจะออกหวาน และ หอม


วิธีชนชาก็คือใส่ใบชาลงในกาน้ำ 2 ช.ช. แล้วแต่จำนวนแก้ว
ต้องบอกว่าใบชายิ่งแพงยิ่งอร่อยนะ


แต่อุณหภูมิของน้ำร้อนสำคัญกว่า
แม่ว่าชาแพงอุณหภูมิน้ำร้อนไม่ถูกต้องก็จะขม
ใช้น้ำเดือดชาจะขม
ชายิ่งแพงอุณหภูมิน้ำร้อนยิ่งต่ำ
เช่นชาดีๆชื่อ เกียวกุโระ "Gyokuro"
อุณหภูมิเหมาะสมคือ 60 องศา
แต่ชาทั่วไป อุณหภูมิประมาณ 80 องศา
ต้องต้มน้ำให้เดือดก่อน และ เทในแก้ว
เพื่อลดความร้อน (และอุ่นแก้วไปด้วย)


อุณหภูมิจะลดลง 80 องศาพอดี
 สำหรับ Gyokuro เทลงในแก้วใบอื่นอีกครั้ง จะได้ ประมาณ 60 องศา
แล้วเทลงในกา


ทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที ห้ามหมุนกา จะขม
แล้วเทลงในแก้วสลับกัน เพื่อทำให้ความเขมขนเท่ากัน
ใส่น้ำให้หมด ชื่อว่าหยอดสุดท้ายอร่อยที่สุดนะ
ชนที่ 2 ไม่ต้องทิ้งไว้นานเพราะใบชาอมน้ำแล้ว
สำหรับ Gyokuro ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีก่อนเท
บางคนเข้าใจผิดว่าถ้าทิ้งไว้นานรสชาตจะขม
แต่จริงๆแล้วความอร่อยแลความหอมค่อยๆออกมาก็ต้องทิ้งไว้
แต่ละชามีอุณหภูมิของน้ำร้อน และ เวลาต่างกัน
ซื้อชาก็อ่านวิธีชนชาบนซงก่อนจะดี
โชคดีนะค่ะ

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

โกโบเป็นอาหาน


รู้จักผัก "โกโบ" (gobo) ไหมคะ
เป็นรากพืช แต่กินได้
คนญี่ปุ่นชอบกินโกโบมาก
แต่ในโลกไม่ค่อยมีชาติอื่นกินโกโบ
ยกเว้นคาบสมุทรเกาหลี ไต้หวัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
ที่ญี่ปุ่นเคยปกครองช่วงสงคราม
 มีตำนานว่าหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง
 นักโทษชาวอเมริกันและอังกฤษฟ้องว่า
ทหารญี่ปุ่นบังคับพวกเค้ากินรากไม้
นั้นเป็นการละเมิด
แต่จริงๆแล้วเป็นอาหารญี่ปุ่น
แต่เห็นนี้ก็ไม่มีใครเชื่อว่าโกโบกินได้
(โกโบขวามือหล้างแล้ว)
 เห็นภาพก็รู้ว่ามันยาว ลองเปรียบเทียบกับตะเกียบดูซินะ


ผ่า และหั่นชิ้นบางๆ

 

หรือซอยเป็นเส้นเล็กๆ
หรือใช้มีดขูดมะละกอก็ได้


 แล้วแช่น้ำ
และเอาไปผัด ใส่แครอทลงไปด้วยเพื่อแต่งสี
ถ้าชอบเพ็ดก็ใส่พริกแห้ง
ปรุงรถด้วย ซีอิ๊ว น้ำตาล และ มิริน

 

นี่ "kinpira-gobo"
อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ
โกโบกินได้หลายแบบ
นอกจาก "kinpira-gobo"ยังทำเป็นซุปมิโสะ ตุ๋น สลัด tempura ฯลฯ
ถ้าไปร้านอาหารญี่ปุ่นลองทานดูซินะ